การสื่อสารและการนำเสนอ IS2

คำอธิบายรายวิชา

ศึกษา เรียบเรียง และถ่ายทอดความคิดอย่างชัดเจน เป็นระบบจากข้อมูลองค์ความรู้จากการศึกษาค้นคว้าในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) โดยเขียนโครงร่าง บทนำ  เนื้อเรื่อง สรุป ในรูปของรายงานเชิงวิชาการ โดยใช้คำจำนวน 2,500 คำ มีการอ้างอิงแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้อย่างหลากหลาย เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดอย่างชัดเจน เป็นระบบ มีการนำเสนอในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual) หรือกลุ่ม (Oral panel presentation) โดยใช้สื่อประกอบที่หลากหลาย และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ

เพื่อให้เกิดทักษะ ในการเขียนรายงานเชิงวิชาการ และทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้ให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ

ผลการเรียนรู้

1. วางโครงร่างการเขียนตามหลักเกณฑ์ องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่าง
2. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการภาษาไทย ความยาว 2,500 คำ
3. นำเสนอข้อค้นพบ ข้อสรุปจากประเด็นที่เลือกในรูปแบบเดี่ยว(Oral individual presentation) หรือกลุ่ม (Oral panel presentation)
ใช้สื่อ อุปกรณ์ในการนำเสนอได้อย่างเหมาะสม
4. เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ
5. เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้แก่สาธารณะ

23 thoughts on “การสื่อสารและการนำเสนอ IS2

  1. แหล่งน้ำแบ่งเป็นสองประเภทตามการกำเนิด คือแหล่งน้ำที่เกิดโดยธรรมชาติเช่นมหาสมุทร ทะเลแม่น้ำและแหล่งน้ำที่เกิจากการสร้างด้วยมนุษย์เช่น อ่างเก็บน้ำ คลอง นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งได้ตาม การเคลื้นที่ของน้ำ เช่น แม่น้ำ และคลอง กล่าวถึง แหล่งน้ำที่มีการไหลจากที่หนึ่งที่ยังอีกที่หนึ่งในขนาดที่ ทะเลทราบ น้ำจะไม่มีที่ไหนไปแหล่งอื้น แหล่งน้ำที่มีการสัญจร จะถูกเรียกว่าทางน้ำ สำหรับส่วนบริเวณ ของภูมิประเทศ ที่มีน้ำเป้นจำนวนหนึ่ง แต่ไม่เรียนกว่าแหล่ง น้ำตก ปัจจุบันเราจะพบแหล่งน้ำที่เน่าสกปรกอยู่ในโรงเรียนเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายและความเสียหายอย่างมากนักต่อการ ทำให้ระบบนิเวศธรรมชาติถูกทำลาย หรือเสื่อมคุณภาพจนไม่เหมาะที่สิ่งมีชีวิตจะอาศัยอยู่ได้ ทำให้เกิดการตายของสัตว์และพืชน้ำเป็นจำนวนมากทำให้แหล่งน้ำเกิดการเน่าและขาดออกซิเจนที่ละลายน้ำ แหล่งน้ำที่มีสารพิษพวกยาฆ่าแมลง และยาปราบศัตรูพืชสะสมอยู่มาก รวมทั้งแหล่งน้ำที่มีคราบน้ำมันปกคลุม และ มีศษขยะและขวดน้ำ ดังนั้นจึงควรหาแนวทางป้องกันการเน่าเสียของน้ำ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการแก้ไขน้ำเน่า ให้กลับมาเป็นน้ำที่ดีมีคุณภาพ

    ผลกระทบของน้ำเสียมีดังต่อไปนี้ คือน้ำจะมีสีและกลิ่นที่น่ารังเกียจ และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ เป็นแหล่งของเชื้อโรคต่างๆ สู่นักเรียน และคุณครู อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ รวมทั้งมลพิษทางน้ำจะส่งผลให้มีการทำลายทัศนียภาพในเรื่องสิ่งแวดล้อมและในโรงเรียนให้เสื่อมโทรม
    สิ่งที่หน้าวิตกกังวนมากที่สุดคือ แหล่งน้ำในโรงเรียน จะกลายเป็นแหล่งสะสมสารมลพิษทางน้ำเกือบทุกชนิด หากเกิดการสะสมมากขึ้นเป็นลำดับ ผู้คนในโรงเรียนจะได้รับผลกระทบที่เป็นอันตรายทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน และในอนาคต

    • วัชรพยายามเขียนมานะดีแล้ว หนูมีความพยายามนะแต่มีข้อที่ควรปรับปรุง คือ สะกดคำไม่ถูกต้องหลายคำ เช่น ศษขยะ เคลื้น ส่วนการเขียนนั้นครูให้วัชรเขียนบรรยาย นำ้เสียในโรงเรียนให้ครูอ่านนะว่าน้ำที่เน่าเสียในโรงเรียนทั้งหมดมีสภาพเป็นอย่างไร บรรยายให้ครูเห็นภาพอย่างละเอียดว่าแหล่งน้ำเน่าจริงๆ

  2. อาจารย์กอบแก้วบทที่ 3 (หนูส่บทสองทางอีเมลอาจารย์แล้วนะคะ)

    ตัวอย่างของอาจารย์ต้องเพิ่มเติมแต่งตรงไหนบ้างคะ

    วิธีดำเนินการศึกษา
    ผู้ศึกษาได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
    1. กำหนดเรื่องที่จะศึกษา โดยสมาชิกทั้ง 3 คน ประชุมร่วมกัน และร่วมกันคิดและวางแผน ว่าจะศึกษาเรื่องใด ( สมาชิกกลุ่มทั้ง 3 คน ได้มาโดยนำผลการเรียนวิชาภาษาไทยพื้นฐาน มาจัดแบ่งกลุ่ม เก่ง กลาง อ่อน)
    2. สำรวจปัญหาที่พบในโรงเรียน ซึ่งมีทั้งปัญหาด้านผู้เรียน ครูผู้สอน อาคาร สถานที่ สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ฯลฯ
    3. เลือกเรื่องที่จะศึกษา โดยเลือกเรื่องที่สมาชิกมีความสนใจมากที่สุด เพื่อเป็นแรงจูงใจในการค้นหาคำตอบ
    4. ศึกษาแนวคิดในการแก้ปัญหา ( ในข้อนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจาก การเรียนรายวิชา IS 2 เวลามีจำกัด ผู้ศึกษาจึงทำได้เฉพาะการสำรวจความคิดเห็นและสร้างเครื่องมือ (แบบสอบถาม) ศึกษาเพียงเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องกระบวนการวิจัยเท่านั้น
    5. ตั้งชื่อเรื่อง
    6. สมาชิกทั้ง 3 คนของกลุ่ม พบครูผู้สอนเพื่อปรึกษา วางแผนและรับฟังความคิดเห็น ปรับปรุงแก้ไข
    7. เขียนความสำคัญความเป็นมาของปัญหา วัตถุประสงค์ สมมุติฐาน ขอบเขตการวิจัยและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ โดยศึกษาข้อมูลจากหนังสือ วิทยานิพนธ์และสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และจดบันทึกในโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ ( ตามใบงาน)
    8. สร้างเครื่องมือ ที่เป็นแบบสอบถาม จำนวน…………..ข้อ
    9. นำเครื่องมือที่ปรับปรุงแล้วไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
    10. รวบรวมข้อมูล
    11. วิเคราะห์ข้อมูล
    12. สรุปการศึกษา

  3. อ.กอบแก้วคะ หนูพิมพ์ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหามาให้อ.ช่วยแนะหน่อยนะคะ
    จากข้อบังคับว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม นักเรียนจะต้องแต่งกายตามระเบียบที่ทางโรงเรียนได้กำหนดขึ้น ถือเป็นกฎระเบียบของโรงเรียนที่นักเรียนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แม้ปัญหาการแต่งกายผิดระเบียบของนักเรียนจะมองดูเป็นปัญหาที่ไม่น่าเป็นห่วงกว่าปัญหาอื่นๆก็ตาม แต่ถ้าหากเกิดปล่อยปะละเลย ไม่เอาใจใส่ในปัญหาเล็กๆเช่นนี้ สิ่งที่จะพบเห็นหรือสิ่งที่จะตามมาก็คือ การขาดระเบียบวินัยในตนเองด้านการแต่งกายของนักเรียน ค่านิยมที่แต่งกายที่ผิดกาลเทศะเช่น การใส่เสื้อรัดรูปมากจนเกินไป ใส่กางเกงขาสั้นจนเกินไป ใส่กระโปรงสั้นจนเกินไป เป็นต้น เข้ามายังสถานศึกษา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนักเรียนและก็จะสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของสถานศึกษาด้วยเช่นกัน
    ปัญหาพฤติกรรมการแต่งกายผิดระเบียบเกิดขึ้นในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคมคือ นักเรียนหญิงซอยผม ไม่ใช้กิ๊บดำในการเก็บผม แต่กลับใช้กิ๊บที่มีสีสันสวยงามติดผมแทน ใส่ตุ้มหูที่ผิดระเบียบ ใส่สร้อยคอที่เป็นแฟชั่น กรีดตาทาลิปสติกมาโรงเรียน ใส่เสื้อนักเรียนตัดที่บางจนผิดระเบียบ ใส่กำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า ใส่กระโปรงนักเรียนตัดที่สั้นมากจนเกินไป พับกระโปรงนักเรียน ใส่ถุงเท้าที่สั้นมากและใส่ถุงเท้าหลากสีมาโรงเรียนในบางวัน ส่วนนักเรียนชาย มักจะไว้ผมยาวจนเกินไป ใส่สร้อยคอแฟชั่น ใส่เสื้อนักเรียนตัด นำเข็มขัดอื่นมาใส่ที่ไม่ใช่เข็มขัดนักเรียน เอาเสื้อนักเรียนออกนอกกางเกงนักเรียน ยกปกเสื้อนักเรียนขึ้น ใส่กางเกงตัดที่สั้นและมักจะใส่ถุงเท้าหลากสีมาโรงเรียนในบางวันด้วย จนกลายเป็นประเด็นปัญหาหนึ่ง ที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็น บุคลากรในโรงเรียน ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของนักเรียนเองด้วย เพื่อให้เป็นไปได้ด้วยความถูกต้องและเหมาะสมตามกฎระเบียบการแต่งกายของโรงเรียนที่ได้กำหนดไว้
    ดังนั้น การศึกษาวิจัยในครั้งนี้เพื่อศึกษาสาเหตุของการที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นแต่งกายผิดระเบียบ และช่วยกันแก้ปัญหานี้ต่อไปเพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงกฎระเบียบของโรงเรียนด้านการแต่งกายมากขึ้นอีกด้วย

    • ก็ใช้ได้นะ แต่ควรเขียนเพิ่มเติมว่า มีนักเรียนบางส่วนเท่านั้นที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบซึ่งหากไม่เข้ามาศึกษาและแก้ปัญหา ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของโรงเรียนได้รับความเสียหายและส่งผลให้นักเรียนในโรงเรียนเอาเยี่ยงเอาอย่างนักเรียนที่ฝ่าฝืนระเบียบ และขยายวงกว้างต่อไป

  4. อ.กอบแก้วค่ะหนูอยากให้ อ. กอบแก้ช่ยพิจารณาคำถามที่จะใส่ลงไปในแบบสอบถามอะค่ะ
    หัวข้อ คือการฝ่าฝืนกฎระเบียบของนักเรียนค่ะ
    1. เล่นการพนันหรือทำการใดๆ ที่ลักษณะคล้ายกับการพนัน
    2. เสพสารเสพติด เช่น บุหรี่ ฯลฯ
    3. นำสิ่งของของผูอื่นมาเป็นของตนเอง
    4. ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ภายในโรงเรียน
    5. พฤติกรรมก้าวร้าว เกเรใช้วาจาข่มเหง หรือข่มขู่เพื่อนนักเรียน
    6. แสดงอาการไม่เคารพ ลบลู่ ก้าวร้าว ต่อคุณครูและผู้ใหญ่
    7. หนีเรียนหรือหลบหนีจากชั่วโมงเรียน
    8. เจตนาฝ่าฝืนคำสั่งหรือไม่เชื่อฟังคุณครูทุกท่าน
    9. นำโทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสาร เข้ามาในโรงเรียน
    10. เข้าสถานที่เริงรมย์ ไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน
    11. แต่งกายผิดระเบียบ เช่น ใส่กระโปรงสั้น ฯลฯ
    12. ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน เช่น การขีดเขียนโต๊ะและเก้าอี้ ฯลฯ
    13. โรงเรียนแก้ไขกฎระเบียบให้มีประสิทธิภาพ
    14. ลงโทษนักเรียนที่แต่งการผิดระเบียบโดยการใส่ผ้าถุง
    15. พานักเรียนที่มีการทะเลาะวิวาทไปอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการอยู่รวมกัน
    16. ลงโทษนักเรียนที่มีการทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนโดยการให้ไปทำความสะอาดสิ่งที่ทำสกปรก
    17. มีความเข้มงวดด้านการนำของมึนเมาเข้ามาในโรงเรียน
    ขอขอบคุณ อ.กอบแก้วล่วงหน้านะค่ะที่ให้คำแนะนำ

    • ข้อ 14 จะมีใครยอมใส่่ผ้าถุงบ้างหนอ การแก้ปัญหาไม่จำเป็นต้องลงโทษนะ ลองเพิ่มเติมการเชิญวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถมาอบรมก็ได้นะ หรือ ดาราหรือ คนในสังคมที่วัยรุ่นให้การยอมรับ
      หรือทางแก้ไขอื่นๆที่นักเรียนคิดว่าวันรุ่นอย่างนักเรียนยอมรับที่จะปฎิบัติตาม

      • แก้ไขตรงส่วนไหนคะ
        1.ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ประชากรที่ใช้ศึกษาในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 เป็นนักเรียนจำนวน 150 คน
        2.กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ของโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง จำนวน 6 ห้อง เป็นนักเรียนทั้งหมดจำนวน 150 คน

      • หนูแก้ตามแบบเติมคำอาจารย์แล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ดีมาตลอดค่ะ ^^

  5. อ.กอบแก้วครับ อันนี้เป็นแบบสอบถามที่ผมกับเพื่อนทำมาผมอยากรู้ว่ามันผ่านหรือเปล่า อ.กอบแก้วช่วยดูได้ไหมครับ
    หัวข้อ : ทัศนคติการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรฐกิจอาเซียนของนักเรียนธรรมศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

    1.รู้จักความหมายของประชาคมเศรฐกิจอาเซียน
    2.รู้ความเป็นมาของการก่อตั้งประชาคมเศรฐกิจอาเซียน
    3.รู้จักจุดประสงค์ของการเปิดประชาคมเศรฐกิจอาเซียน
    4.ให้ความสำคัญต่อการเปิดประชาคมเศรฐกิจอาเซียน
    5.ติดตามข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงของอาเซียน
    6.ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนอย่างสม่ำเสมอ
    7.ฝึกการใช้ภาษาที่ใช้สื่อสารภายในกลุ่มประเทศอาเซียน
    8.ฝึกพูดภาษาอังกฤษเพื่อใช้สื่อสารกันภายในอาเซียน
    9.ฝึกพูดภาษาจีนเพื่อใช้สื่อสารกันภายในอาเซียน
    10.ศึกษาและใหห้ความสำคัญกับประเพณีวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน
    11.พัฒนาทักษะความรู้และความสามารถให้เทียบเท่าประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียน
    12.มีความพร้อมเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรฐกิจอาเซียน

    • ตีประเด็นจากการตั้งชื่อเรื่องให้ถูกต้องนะ คำถามที่ตั้งมานั้นครูอยากให้ตรงกับชื่อเรื่องโดยเฉพาะคำว่า ทัศนคติ ซึ่งหมายถึงแนวความคิดเห็นของนักเรียน(.ต้น)ที่มีต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
      ลองเข้าเว็ปคำว่า”ทัศนคติที่มีต่อประชาคมอาเซียน”ดูนะ ใช้คำถามง่ายๆ สั้นและเข้าใจง่าย

  6. อาจารย์กอบแก้วอันนี้เป็นสองย่อหน้าสุดท้ายที่ไปลองเขียนมาใหม่ที่อาจารย์บอกว่ายังไม่ดี ในหัวข้อ :ศึกษาการใช้คำหยาบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและแนวทางแก้ไข

    ความสำคัญและความเป็นมา

    ภาษาไทยเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารสำหรับคนไทย การสื่อสารของคนไทยในด้านภาษามีการใช้คำที่ไม่สุภาพหรือคำหยาบมากขึ้น มันสะท้อนถึงค่านิยมการใช้ภาษาที่แย่ลง ซึ่งคำเหล่านี้มีอาจมาจากพฤติกรรมการใช้สื่อต่างๆ หรืออาจมาจากการเลียนแบบการใช้คำพูดที่มาจากคนรอบข้าง คำพูดที่ไม่สุภาพหรือคำหยาบเมื่อพูดออกไปแล้วจะทำให้บุคลอื่นรู้สึกไม่พอใจ จะทำให้เกิดความบาดหมาง หรือการทะเลาะวิวาทตามมา คำหยาบคือคำมักสื่อความหมายไปในแง่ลบ ดังนั้นคำเหล่านี้ไม่ควรเอามาใช้ทั้งในการพูดหรือการเขียน แต่ว่าตอนนี้สามารถพบคำเหล่านี้ได้ทั่วไป และพบมากในเด็กวันรุ่นซึ่งมักได้ยินคำจำพวกนี้ในโรงเรียน
    จากที่ผู้รายงานได้พบเห็นการใช้คำหยาบในโรงเรียนบ่อยครั้ง โรงเรียนถือเป็นสถานที่ราชการซึ่งไม่เหมาะสมเป็นอย่างมากในการใช้วาจาเช่นนี้ ผู้รายงานจึงอยากทราบสาเหตุการใช้คำหยาบ และแนวทางแก้ไข โดยเลือกจากกลุ่มนักเรียนตัวอย่างโดยศึกษาจากเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น

    • เริ่มดีขึ้นแล้วแต่ควรเขียนรายละเอียดเพิ่มเติมในเชิงบวกหลัง ประโยค ภาษาไทยเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารสำหรับคนไทย และเขียนบรรยายเพิ่มเติมการใช้คำหยาบในโรงเรียนธ.ค.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s